วันศุกร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2559

ความลำบากของ อาชีพช่างที่ใช้แรงงาน

15/4/2016 วันนี้ ได้ยินเสียงน้ำรั่ว ลองเดินไปดู เลยเจอ ท่อน้ำประปา ที่ข้างบ้านแตก พอดีมันเป็นจุดรอยต่อ ที่ท่อบนดิน ต่อเข้ากับพื้นชั้นล่างของบ้าน แล้วดินในกทม ก็จะทรุดตัวดึงเอาท่อน้ำลงไปด้วย แต่จุดที่ท่อยึดกับพื้นชั้น1 ซืึ่งอยู่บนเสาเข็มยาว ไม่ยอมขยับลงตาม จะไม่ซ่อมก็ไม่ได้อีก น้ำมันก็คงรั่วไม่หยุดแล้ว ถ้าปิดวาลว์ ก็ไม่มีน้ำใช้สอยอีก โชคดีที่อยู่ข้างนอกบ้าน ยังพอขุดดิน มองเห็นท่อน้ำที่รั่วได้ ถ้าไปอยู่ใต้ท้องบ้าน แล้ว ไม่มีทางเลย ต้องขุดดินออกและมุดเข้าไปดูถึงแก้ไขได้ มีหลายบ้าน เป็น แบบนี้ ไม่รู้น้ำรั่วตรงไหน ต้องเสียค่าน้ำเดือนละ หลายพันบาทเลย แม้จะมีเครื่องมือที่วัดได้ว่า ใต้พื้นคอนกรีตตรงนี้มีน้ำรั่ว แต่ก็ต้องไปขอการประปาเขาเอาเครื่องมือวัด มาทำให้

ทั้งที่เป็นวันสงกรานต์ อยู่ ธรรมดา เป็นร้านขายวัสดุก่อสร้างใกล้บ้าน ก็ปิดหมด เลยต้องขับรถไปหาซื้อ อุปกรณ์ ซ่อมแซม ข้อต่อต่างๆ และ กาวทาท่อ PVC ที่ร้าน Home pro พวกร้านสรรพสินค้าใหญ่ๆ พวกนี้ ก็ดีอย่าง ที่ไม่มี วันปิดเลย เกิดเหตุฉุกเฉินอะไรก็ไปซื้อได้ตลอด และมีชนิดต่างๆ ให้เลือกมากมาย  แม้จะแพงไปหน่อย แต่ก็มีตลาดของเขา ที่เจ้าของบ้านมี ตัง อยาก ซื้อของเอง
มิน่า บริษัท เขาถึงขยายสาขา และหุ้นก็ขึ้นราคาไปได้ทุกปี บริษัท พวกนี้ ทำกำไร ได้มากมายจริงๆ เพราะแทบไม่มีคู่แข่ง ทำเล ก็ยึดที่ดีๆ ไปหมด วันหยุดเทศกาล คนยังเดินกันแน่นห้างเลย
ช่างที่ทำงานหลังขด หลังแข็ง ยกของหนัก ตากแดด ตากฝน ปีนที่สูง ได้แค่ ค่าแรง หรือ ค่ารับเหมา ที่พออยู่ได้ เทียบกันแล้ว ต่างกันลิบลับเลย ระหว่าง คนรวย (นักลงทุนต่างประเทศ) ที่ให้เงินทำงานไปเรื่อยๆ กับ คนจนที่ใช้แรงงานเข้าแลก พอแก่ตัวไป ก็หมดแรง พอจะสะสมเงินทองได้และพัฒนา มาเป็น ผู้รับเหมาเล็กๆ  ก็อาจจะบริหาร ผิดพลาด หรือ โดนโกง ค่าแรง ค่าของ เอาเงินไปใช้ผิดประเภท หรือ โดนปรับ สุดท้ายก็ หมดตัว ต้องกลับไปใช้แรงงานใหม่อีก
ยิ่งสมัยใหม่ ยิ่งใช้หุ่นยนต์ โดรน เครนยักษ์ เข้ามาทำงาน ด้วยแล้ว แทบจะไม่เห็นอนาคต ของคนงาน เลย ถ้าไม่รีบพัฒนา ทักษะ ให้มากกว่า งานเดิมๆ สร้าง บ้าน สร้าง คอนโด ที่เป็นหิน ปูน ทราย เหล็ก ที่เป็นอยู่หลายสิบปี ราคา ค่าแรง เมื่อเทียบกัน ราคาค่าบ้านที่เขาขายกัน มันเทียบกันไม่ได้เลย ต้องทำงานหลายสิบปี ยังไม่รู้ว่าจะผ่อนได้หมด หรือป่าวเลย ถ้าไม่ได้มีงานที่มีทักษะ เป็นที่ต้องการจริงๆ แล้วนี่ ลำบากแน่ๆ

วันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2559

เราผ่านการทำงานมา 30 ปีแล้วเหรอ

2/4/2016 ไปสัมมนาวันนี้ นึกถึง เวลาผ่านไป 30 ปี กว่าจะกลับ ไป เริ่มใช้โปรแกรม วิเคราะห์ โครงสร้าง ตัวเดิมที่เคยใช้ตอนเรียน อยู่ ที่ คณะ วิศวกรรม ที่สมัยก่อน ยังมีแต่ ระบบ Dos ให้ใช้ และ โปรแกรมนี้ ยัง ออกแบบ ไม่ได้
พอไปเจอ อ.คนเก่า คนเดียว ที่ เคยฟัง บรรยาย เมื่อ ครั้งก่อน ที่เขา ทำอะไรสิ่งเดียว จริงจัง อย่างเดียว มาได้ตลอดเวลา 30 ปี ต้องติดตาม เทคโนโลยี่ คอมพิวเตอร์ มาตลอด เพื่อให้ สามารถ ใช้งานได้กับ Window ได้ ทุกรุ่น ที่ออกมาใหม่ และ มีงาน ออกแบบ ได้ด้วย ก็นับว่า ยอดเยี่ยม มาก


แต่เทียบ กับ บริษัท ต่างชาติ ที่พัฒนา ไปเป็น ระบบ BIM ทั้งระบบ จนใช้งานอาคารด้วยแล้ว รูปแบบ การใช้งานโปรแกรมง่ายๆ ของเรายังแตกต่างกันมากจริงๆ เหมือน เทคนิคการเขียนโปรแกรมของ วิศวกร บ้านเรา ก็ยัง ตาม เขา อยู่ 20 ปี เพราะ วิศวกร บ้านเราไม่ได้ มีเจ้าภาพให้ ทำงานแบบเป็นทีม เลย

มองย้อมกลับไป แล้ว ไม่น่าเชื่อ เลยว่า เราจะใช้คอมพิวเตอร์ มาแล้ว ถึง 30 ปี เปลี่ยนเครื่องไปเป็น สิบเครื่องแล้วมั้ง ลงโปรแกรมไม่รู้เท่าไร
เทียบแล้ว ก็ไม่สงสัย เลย ว่า สังขาร ทั้ง เรา ก็เสื่อม ลงไป มากด้วย ระบบ สายตา เป็นสิ่งที่สูญเสียมาก เป็น ที่อ่อนล้า ลง ความจำก็เริ่มหลงลืม อย่างเห็นได้ชัดเลย

ชอบที่ ว่าประสพการณ์ ที่ อ.เขามี ตลอดเวลาทำงานนามมาก ได้ นำมาถ่ายทอดให้ ผู้เข้าสัมมนา ให้แต็มที่เลย แต่ดูแล้ว วิศวกร ส่วนใหญ่ ยังไม่สามารถ ตามได้ทัน แน่ เพราะ เวลาจำกัด แค่วันเดียว

พักเที่ยง กินอิ่ม และก็ ง่วง แล้ว ง่วง อีก

และ ประสพการณ์ การทำงาน ที่แตกต่าง กันมากๆ ของผู้พูด และผู้ฟัง จึง ไม่แปลก ที่
เด็กรุ่นใหม่ คงจะไม่ถึงที่ จะเข้าใจ ที่แก ได้สะสม มาจะหมด คงต้องไปฝึกฝน เองอีกมาก ถึงจะรู้เท่า ที่แกมี

แต่คิดว่า โปรแกรมนี้ ก็คงจะสืบทอด ต่อยอด ต่อไปได้ยาก เพราะ แก ขายโปรแกรม ราคาแพงมาก ก็ไม่ได้ เพราะ วิศวกรโครงสร้าง บ้านเรา ได้ราคาค่าออกแบบ ไม่ได้ดีเหมือน เมืองนอก ถูกสถาปนิก และ ระบบราชการ บีบ เอางานไปหมด ต้องรอให้ งานโครงสร้าง หรือ ฐานราก มีปัญหา แล้วค่อยมายอมจ่าย ค่าตัว วิศวกร แพงๆ

มาคิดดู ที่ฝรั่งมันยอมให้ใช้โปรแกรมออกแบบ แครก ของมันในช่วงที่ผ่านมา โดยตลอด ก็อาจจะเป็นวิธีการ ฆ่าโปรแกรม คู่แข่งของประเทศเราๆ อย่างแน่นอน พอไม่มีคู่แข่งแล้ว เขาก็คิดราคา ได้ตามใจชอบ เพราะสมัยนี้เครื่องคอม เวลาใช้ งาน ก็ต้องต่อ เน็ต
คนขายโปรแกรม
เขาก็รู้ทันทีว่าเรามีโปรแกรม เขาอยู่

วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2558

กว่าจะติดตั้งโปรแกรม ออกแบบ เป็น

2/12/58 ไปสัมมนา โปรแกรม ออกแบบพื้นและฐานราก รุ่นใหม่ๆ
สมัยนี้มันป้อนอะไรดูง่ายจริงๆ ไม่ได้ยุ่งยากเหมือนแต่ก่อนเลย คู่มือก็ทำได้ดีมากๆ ภาษาไทย
แต่เราก็ยังไม่ได้ทำทันกับตัวอย่างที่ อ.สอน ถึงแม้จะดูว่า แกก็ไม่ได้ สอน เร็วอะไรเลย คงเพราะ สายตาสั้น มองจอไม่เห็นด้วย ช่วงบ่ายๆ เลยต้องย้ายที่ไปหาที่นั่ง ใกล้จอเลย ในช่วงบ่ายค่อยรู้เรื่องหน่อย แต่โปรแกรม วิเคราะห์แรงลม แรงแผ่นดินไหว ของรุ่นเก่าก็ใช้ กับ การ export file ไปให้ รันในโปรแกรมออกแบบพื้น รุ่นใหม่ไม่ได้อีก
ช่วงติดตั้งโปรแกรม เจอรุ่นเด็กเขามาช่วยติดตั้งโปรแกรมให้ เขาทำได้คล่องแคล่วมากเลย

คงเหมือนสมัยก่อนที่เราเคยดูถูกรุ่นพี่ที่อายุเยอะๆมา แล้ว
กงกรรมกงเกวียนมันก็ย้อนกลับมาทุกรุ่น เขาคงจะเบื่อ คิดว่าเราจะต้องถามเขาเรื่อยๆ อาจทำให้เขารำคาญ ก็ได้ เขา เลย ย้ายหนีเรา ไปห่างๆ เลย แต่ก็ได้ความรู้ดีมาก
จากการสัมมนาหลายๆโปรแกรม ก็ทำให้ได้เห็นพัฒนา ของ โปรแกรมใหม่ๆ ตามๆกันไป เจอเพื่อนหลายคนที่มาสัมมนางานออกแบบ ด้วยกันบ่อยๆ ก็มีเยอะ จนคนที่จัดงานก็เริ่มที่จะไม่ค่อยง้อแล้ว เพราะ ลูกค้าเขาเยอะจริงๆ แม้จะมีให้คลิป ที่อัดไว้ ให้ ดูฟรีทางยูทูป หรือ ตำรา ต่างๆ ทาง เวบไซต์ ให้ดาวโหลดมากมาย
แต่ วิศวกร บางส่วน คนที่ยังอยาก มาร่วมงาน โดยยอมเสียเงินสัมมนากันเยอะขึ้นเรื่อยๆ บางทีแค่มาฟังประสพการณ์ของ วิศวกรที่ชำนาญการบางอย่าง มาแชร์ประสพการณ์ให้ฟัง แค่ ชม. ก็ยังจะมาฟังกันเยอะเลย
แม้ช่วงนี้เศรษฐกิจจะไม่ดีมากก็ตาม เพราะเขาคิดว่า เอาไปใช้ประโยชน์ได้จริง พิมพ์อะไรออกมาเยอะๆ สวยๆ ดูไม่รู้เรื่อง แต่พวกนี้ต้องมีประสพการณ์หน้างานมากๆ ด้วย ถึงจะเห็นความเหมาะสมในการออกแบบได้ดี 

วันพุธที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2558

กว่า วิศวกร จะยกเคลื่อนย้ายสะพาน ตัวใหญ่ๆ ได้



2/12/58 ได้ดูสารคดี ยกย้าย สะพานเก่า และ สะพานสร้างใหม่ ไม่น่าเชื่อว่า วิศวกร รุ่นเก่า จะเคยมีการยก สะพานหนักๆ กลางแม่น้ำ กันมาเป็นร้อยปีแล้ว ที่อังกฤษ สมัยนี้ยังไม่มี อะไรมากมายเลย เช่น รถเครนเลย แต่เขาก็ค่อยๆทำกันไปหลายเดือน กว่าจะยกขึ้นได้ หลายสิบฟุต

สมัยนี้ แม้สะพานคอนกรีตแบบใหม่ๆ ออกแบบให้เบาๆ ยาวเป็นร้อยเมตร เขาก็ยกกันแล้ว ฝรั่งไม่หวงความรู้ในส่วนนี้เลย เพราะคงไม่มี ใคร มีความพร้อมที่จะทำงานใหญ่แบบนี้ได้ ทั้งรถ ทั้งเรือแม่แรง ลวดสลิง ไฮโดรลิค เฉพาะแบบ ที่ออกแบบมาสำหรับยกแบบ แปลกๆ หนักๆ ในน้ำด้วย ไม่ใช่บนดิน ต้องบริษัท ที่มีประสพการณ์ระดับโลก เท่านั้น แม้แต่สะพานโกลเดนเกต ฝรั่งมันก็คิดวิธีที่จะเสริมแรง โดยเหล็ก เพื่อให้สามารถ ยกย้ายสะพานทั้งตัว โดยไม่พังทลายไปก่อน แล้วค่อยๆขนย้าย ออกไปทางเรือลาก
ไม่ต้องพูดเรื่อง เคลื่อนย้ายสะพานแขวน แค่คิด ว่า สะพานตัวใหม่ ที่ ปากน้ำ สมุทรปราการ จะเลือกสร้าง สะพานแขวน หรือ สะพานขึงดี วิศวกร บ้านเรา ยังไม่กล้าคิดเลย แต่ฝรั่งมัน เก่ง ดังที่ไอสไตน กล่าวไว้ว่า จินตนาการ สำคัญกว่าความรู้ 

วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

กว่าวิศวกรโยธาออกแบบด้วยโปรแกรมเป็น

9/11/58 วันนี้ ไปดูมางานนึง งงมากๆ เลย ไปตรวจสอบรายการคำนวณ สามัญวิศวกรโยธา สมัยนี้ เขาใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ของฝรั่ง ช่วย ออกแบบ ทำรายการคำนวณ โครงสร้างอาคาร แบบ แยกส่วนกันไปแล้ว ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกันเลย ต่างคนต่างทำ ไม่ได้ดูทั้งระบบ พื้นโพสเทนชั่น คอนกรีตอัดแรง ทำแบบ รายการคำนวณ เสร็จ วิศวกรโครงสร้าง อีกคน ก็มาใส่โมเดล โครงเสาที่  รับแรงลม และแรงแผ่นดินไหว ในอีกโปรแกรมนึง แต่เอาเฉพาะ ค่าของแรงส่วนตัวเองมาใช้ ของมันเท่านั้น ไม่รวมแรงกรณีอื่นๆ เลย ไม่ได้นำโมเมนต์ จาก น้ำหนักบรรทุกคงที่ และ น้ำหนักบรรทุกจร จากแผ่นพื้นที่ถ่ายลงที่หัวเสา มาเช็คที่เสา ว่ารับน้ำหนักได้หรือป่าว
ขนาดเสาที่ ตามหลักการ ต่อต้านแผ่นดินไหว ที่ว่าต้องไม่เล็กกว่าขนาดคาน เพื่อไม่ให้เสาพัง เขาก็ไม่ได้สนใจ คิดว่าตัวเองทำมาถูกหมดแล้ว
พอโปรแกรมบอกว่า ผ่าน เหล็กเสานิดเดียว ก็ไม่ได้สนใจอีก คุยกัน ก็ บอกแต่ ว่าโปรแกรมคำนวณให้ผ่านแล้ว แต่ขอตัว Input file ก็ไม่ยอมให้อีก บอกว่าเป็นของส่วนตัว ออกแบบ แต่ละส่วนก็แยกกัน ทั้ง เสาใช้ Working ปนกับ ฐานรากใช้  Ultimate มั่วไปหมดเลย
น่ากลัวมากๆ เลย ไม่เข้าใจว่าทำไมเป็นแบบนี้ไปได้
ระบบออกแบบแบบนี้ เมืองนอกคงไม่เป็นแบบนี้
ก็เลยต้องใส่ผนังคสล.เข้าไปในรายการคำนวณ และ แบบ ดื้อๆ เลย คงจะเซ็นต์ผ่านๆไปดื้อๆไม่ดีแน่

วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2558

กว่าวุฒิวิศวกรจะบูรณะอาคารเก่าได้

 ดูสารคดี วิศวกร ชาวเยอรมันทำกล้องดูดาว ที่ติดตั้งและส่องออกไปดูข้างประตู จาก เครื่องบินลำใหญ่ ที่บินลอยอยู่กลางอากาศ ได้แล้ว ถึงกับ งงไปเลย ตอนแรก ก็นึกว่าเขาทำอะไรกัน มันเป็นไปได้อย่างไร

ปรากฎกว่า ที่แท่นของกล้องดูดาว ที่ยึดกับท้องพื้นเครื่องบิน มีระบบแขนไฮโดรลิคจำนวนมากมาย ที่ปรับตัวทุกทิศทางให้ เสมือนกล้องดูดาว ลอยอยู่กับที่กลางอากาศ ไม่เด้งขึ้นเด้งลง แม้ว่าสภาพปกติที่เครื่องบินจะบินแล้วจะมีสภาพไม่อยู่นิ่งเพราะมี ลมกระโชก กระชากนิดหน่อย แต่ถ้าโชคไม่ดี อากาศไม่เป็นใจ ไปเจอพายุหมุน ก็ต้องยกเลิกภาระกิจส่องดูดาว บินฟรีๆ ไป เหมือนกัน
ต้องยอมรับความพยายามของ นักวิทยาศาสคร์ และ วิศวกร ของเขา ที่ว่า พอทำได้สำเร็จแล้ว หอดูดาว นี้จะสามารถ บินไป เพื่อส่องดูดาวที่ตำแหน่งไหนก็ได้ ไม่จำกัดว่าต้องติด อยู่กับพื้นดินที่ตำแหน่งเดิม ที่สมัยก่อนต้องสร้างหอดูดาวแบบติดตายอยู่กับที่ กว่าจะครบทั่วโลก ต้องสร้าง กันเป็นร้อย เป็นพัน ตัวสถานี ถึง จะมีความสามารถเท่า กล้องดูดาว บนเครื่องบินนี้ตัวเดียว
ดูเพิ่มเติมได้ที่ www.4w.co.th